23Apr

ถึงเวลาของ CAT 6A

     หากใครได้ติดตามข่าวสารไอที หรือได้ติดตามแมกกาซีนของ LINK ในฉบับก่อนๆ ก็น่าจะพอทราบข่าวคราวการมาถึงของ Wi-fi 6 หรือ IEEE 802.11ax  ในปีนี้ซึ่งสามารถรับ-ส่งข้อมูลที่ความเร็วสูงสุดได้ถึง 10Gbps กันเลยทีเดียว อีกทั้งอุปกรณ์ไอทีที่ทยอยเปิดตัวในปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นมือถือ โน๊ตบุ๊ค เราเตอร์ หรือแม้กระทั้ง Access Point ก็รองรับ Wi-fi 6 กันแล้วด้วย เรียกได้ว่าหากเราซื้ออุปกรณ์ไอทีใหม่ๆ มาใช้งาน ก็จะสามารถดาวน์โหลด อัพโหลดกันได้มันส์กระจาย      ดังนั้นในความเป็นจริงแล้ว การออกแบบดีไซน์อาคารสำนักงาน โรงแรม หรือแม้แต่บ้านพักอาศัยในปัจจุบันนี้ ควรเริ่มแนะนำให้ใช้สาย CAT 6A กันได้แล้ว แม้เราจะมองว่า ณ ปัจจุบันการใช้งานของเราไม่ถึงระดับ 10 Gbps แต่อย่าลืมว่าเมื่อติดตั้งสายพวกนี้ไปแล้ว เราไม่ได้ใช้งานกันแค่ 2–3 ปี แต่เราจะอยู่กับมันไปอีกถึง 10-20 ปี ดังนั้นตัวสายควรสามารถรองรับความเร็วในอนาคตได้ ซึ่ง CAT 6 และ CAT 5E ในปัจจุบันคงไม่เพียงพอแล้ว นอกเหนือจากนี้ราคาของสาย ก็ลดลงมามาก เพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าถึงได้ง่ายขึ้น     สุดท้ายนี้ หากใครสนใจสาย CAT6 A ก็สามารถเลือกดูสินค้าทั้งหมดของแบรนด์ LINK ได้ที่เว็บไซต์ INTERLINK หรือสอบถามมาทางเฟซบุ๊คก็ได้ บอกเลยว่ามีมากมายให้เลือกครบทั้งโซลูชั่น  Post Views: 0

Read More...

23Apr

สายสัญญาณที่มีคุณภาพและผ่านมาตรฐาน ต้องดูอะไรบ้าง

         การเลือกซื้อสายสัญญาณเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับผู้ใช้งาน (end user) เพราะสายสัญญาณเป็นสิ่งที่จะต้องอยู่กับสำนักงานและอาคารถึง 10-20 ปี เป็นอย่างน้อย ดังนั้นหากเราเลือกสายสัญญาณที่ไม่ได้คุณภาพมาใช้งาน ก็จะส่งผลกระทบในอนาคต เช่น ไม่สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ, ติดตั้งได้ระยะทางที่สั้นกว่ามาตรฐาน, ไม่รองรับ PoE, ทดสอบไม่ผ่าน ส่งงานไม่ได้  เป็นต้น      ซึ่งปัญหาเหล่านี้มักจะมาทราบตอนที่เราได้ติดตั้งผ่านไปแล้ว หรือหลังจากใช้งานผ่านไป 1-2 ปี ทำให้ต้องมาแก้ไขปัญหาโดยการรื้อสายเก่าออกแล้วติดตั้งสายใหม่ ซึ่งการทำแบบนี้ยิ่งจะทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาอีกเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว ดังนั้นวันนี้เรามาดูกันครับว่า การเลือกซื้อสายสัญญาณควรจะดูอะไรเป็นสิ่งสำคัญ ก่อนการตัดสินใจซื้อและนำไปใช้งาน 1.สายสัญญาณต้องผ่านการรับรองจากสถาบัน Underwriters’ Laboratories Inc. หรือ UL ทั้งด้านความปลอดภัยและด้านประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล ANSI/TIA-568 และ ISO/IEC11801 ซึ่งแน่นอนว่าสายสัญญาณของ LINK ผ่านการรับรองทั้ง 2 ด้าน 2. สายสัญญาณต้องผ่านการรับรองมาตรฐาน INTERTEK ETL และ 3P Testing ตามมาตรฐานสากล ANSI/TIA-568 และ ISO/IEC11801  ซึ่งก็อีกเช่นกันว่า LINK ผ่านการรับรองทั้ง 2 สถาบัน *Multinational Inspection Product testing and certification COMPANY : (INTERTEK) *Third Party Testing Laboratory EUROPE : (3P Testing)      เมื่อเราพิจารณาตามมาตรฐานและหนังสือรับรองดังกล่าวนี้แล้ว สิ่งที่เราต้องพิจารณาอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่ต่างกัน คือ การให้บริการหลังการขาย โดยต้องมีตัวแทนจำหน่ายในประเทศที่มีความน่าเชื่อถือ และมีทีม Engineer Support เพื่อให้การสนับสนุนและให้คำปรึกษาด้านเทคนิค, ด้านการออกแบบ, การติดตั้งและการทดสอบ ที่ถูกต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากล เรียกได้ว่าคอยให้การสนับสนุนตั้งแต่ก่อนการซื้อขายจนถึงกระบวนการส่งมอบงานกันเลยทีเดียว ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ยึดถือและให้ความสำคัญเป็นลำดับแรกเลยทีเดียว      สุดท้าย สินค้าสายสัญญาณต้องมีการรับประกันจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้มั่นใจว่า ผลิตภัณฑ์นั้นมีคุณภาพที่ดีจริง โดยผลิตภัณฑ์ LINK มีการรับประกันถึง 30 ปี เพื่อให้ผู้ใช้งานมั่นใจในประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์และการเชื่อมต่อ ที่จะรองรับ Application  ในอนาคตอีกด้วย Credit : Interlink Post Views: 0

Read More...

30Apr

ตู้แร็คสีดำ มีสินค้าไหม

ตู้แร็ค มาตาฐานจะเป็นสีขาว นะครับ แต่ว่า มีบางรุ่นจะเป็นสีดำเช่น Curve Rack แต่ราคาจะแพงกว่าปกติมาก เพราะระบบระบายความร้อน แต่ลูกค้าสามารถสั่งตู้ rack close rack server rack เป็นสีดำได้ แต่อาจต้องรอสินค้า 30-45 วัน หรือไม่ก็ถ้าโชคดีบางรุ่นอาจมีใน stock ก็สามารถสั่งได้เลยครับบริษัท แนปเะทค จำกัด 02-108-6808 093-265-1555 LINE ID : @RACKTHAI คิดจะซื้อตู้แร็ค คิดถึง thaidreamrack.com Post Views: 0

Read More...

13Mar

วิธีการเลือกตู้ Rack สำหรับใช้งาน

“ตู้ Rack?คือ ตู้ ทีมีไว้สำหรับเก็บอุปกรณ์ต่างๆเอาไว้ข้างในเพื่อความสะดวกในการจัดเก็บอุปกรณ์ตามชั้นๆและเพื่อความปลอดภัย มีหน่วยความสูงเรียกว่า U เช่น 6U 9U 12U 15u 27u 36u 42u 45u(1U = 44.45 ม.ม. โดยประมาณ) และ ความกว้างเป็นนิ้ว เช่น Rack 19 นิ้ว”   ตู้ Rack สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท และแยกย่อยได้อีก 1.ตู้ Rack แบบตั้งพื้น (Tower Rack) 2.ตู้ Rack แบบแขวน (Wall Rack)   วิธีการเลือกตู้ Rack สำหรับใช้งานสำหรับองค์กร 1. เริ่มจากดูขนาดพื้นที่ และตำแหน่ง ที่จะจัดวางหรือยึดติดตู้ Rack?เป็นอันดับแรกๆ ว่าจะเหมาะกับตู้ Rack?ประเภทใด มีพื้นที่มากน้อยแค่ไหน ซึ่งสามารถกำหนด หากมีพื้นที่มาก ก็สามารถใช้ตู้ Rack?แบบตั้งพื้น เพราะทำให้สามารถใส่อุปกรณ์ได้มาก รับน้ำหนักอุปกรณ์ได้เยอะ แต่หากมีพื้นที่จำกัด ก็ควรใช้ตู้ Rack?แบบแขวน หรือแบบตั้งพื้น เพื่อป้องกันการเดินชน หรือสะดุดล้ม แต่น้ำหนักอุปกรณ์ที่วางก็ไม่ควรมากจนเกินไป 2. คำนวนหาขนาดที่เหมาะสมกับอุปกรณ์ที่จะใส่เข้าว่ามีขนาดกว้าง ยาว ลึก โดยอาจจะเริ่มจากจัดวางผ่านโปรแกรม อัตโนมัติ และมีความแม่นยำ ที่สำคัญให้เผื่อการเพิ่มเติ่มในอนาคตด้วย 3. เรื่องการระบายความร้อน สำหรับอากาศเมืองไทยทีมีความร้อนสูง เช่น พัดลมระบายอากาศ การจัดวางเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ และไม่ควรทึบจนเกินไป 4. จุดประสงค์ของ ลูกค้า และความต้องกา ตู้ต้องการให้ผู้อื่นเห็นหรือไม่? หากต้องการให้ผู้อื่นเห็นหรือสำหรับมอนิเตอร์ดูสถานะก็ควรเลือกแบบโปร่ง หากไม่ต้องการให้เห็นหรือต้องการความแข็งแรงของตู้เพื่อป้องกันสิ่งต่างๆก็ควรเลือกแบบทึบ เพราะมีความสามารถแก้ไข หรือมองเห็นไฟสถานะของ SERVER เพราะบางเครื่องในตู้ Rack?นั้น อาจมีความสัมพันธ์ด้าน Policy ที่ห้ามผู้อื่นรู้ว่าคือเครื่องชนิดใด มีลักษณะอย่างไร จึงควรเลือกตู้แบบทึบ   หลักการ วิธีการจัดวางอุปกรณ์ในตู้ Rack 1. อุปกรณ์ที่มีน้ำหนักมาก และมีขนาดยาว ซึ่งมีความสามารถในการวาง ควรวางไว้ด้านล่าง เช่น UPS เนื่องจากตู้ Rack เช่น CURVE RACK, Close rack, Server Rack??ส่วนใหญ่ มีพัดลมระบายอากาศอยู่ด้านหลัง เพื่อระบายความร้อน อุปกรณ์ที่มีความยาวจึงไม่ควรวางไว้ด้านบน เพราะจะบังพัดลมระบายอากาศของตู้ Rack ทำให้อุปกรณ์ต่างๆภายในตู้ที่ปล่อยความร้อนจากด้านหลังไม่สามารถระบายความร้อนได้อย่างดี 2. ควรวางอุปกรณ์ที่ต้องการมอนิเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตา เพราะเหมาะแก้ไขการแก้ไขปัญหา หากเครื่องมีปัญหาจะได้สะดวกแก่การรตรวจสอบ 3. การวางสายอุปกรณ์ที่เป็นสายสื่อสารควรจัดวางไว้ด้านบน ตามมาตรฐฐาน IDC ( Internet Data Center) ส่วนสายไฟให้เป็นระเบียบ ควรจัดวางไว้ด้านล่างหรือแยกออกจากกัน เพื่อไม่ให้เกิดสัญญาณรบกวนสายอุปกรณ์ที่เป็นสายสื่อสารและสายไฟอยู่ใต้พื้นที่ยกระดับ 60 ซม. ซึ่งจะช่วยระบายความร้อนให้กระจายได้ดี   ?สนใจสั่งซื้อตู้ RACK? ติดต่อ บริษัท แนปเทค จำกัด 02-108-6808 LINE ID : @RACKTHAI Post Views: 0

Read More...

21Dec

แนะนำโปรโมชั่น ราคา ตู้ RACK แต่ละรุ่น และราคา

  โปรโมชั่น ตู้ RACK ราคาประหยัด ประจำเดือน ธันวาคม 2560 ตู้ RACK? สามารถแบ่งตู้ RACK ออกได้ ตามประเภทต่อไปนี้ WALL RACK จะมีขนาดตั้งแต่ 6u 9u 12u โดยมีความลึก 40cm 50cm 60cm โดยมีราคาเร่ิ่มต้นตั้งแต่ 2,xxx บาท CLOSE RACK จะมีขนาดตั้งแต่ 15u 27u 36u 42u 45u โดยมีความลึกแต่ละตู้ RACK มีขนาดไม่เท่ากัน จะมีจำกัดในแต่ละตู้ RACK และมีความลึกตั้งแต่ 60cm 80cm 90cm 100cm 110cm โดยมีขนาดความลึกแต่ละตุ้ไม่เท่ากัน OPEN RACK จะเป็นตู้แบบเปิดสามารถวางอุปกรณ์น้ำหนักไม่มาก โดยมีเสาเพียงแต่สองเสา ตู้ Rack ประเภทนี้ จะราคาถูก โดยมีขนาดจำกัดแค่ 27u กับ 42u ตู้แร็ค พอดีตอนนี้เราเปลี่ยน LINE ID ตู้ RACK ใหม่ครับ รบกวนเปลี่ยน ADD LINE ID :@RACKTHAI หรือกด http://line.me/ti/p/%40rackthai ขอบคุณค่ะ Post Views: 0

Read More...

17Nov

วิธีเลือกซื้อตู้ Rack Server

ตู้ Rack server หรือ 19? Rack ปัจจุบันมีความสำคัญและมีความจำเป็นต่อระบบ IT ในด้านของการจัดเก็บอุปกรณ์ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยและง่ายต่อการจัดการของเจ้าหน้าที่ที่ดูแลระบบ การเลือกอุปกรณ์ Rack server จึงจะต้องเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งาน วิธีการเลือกรุ่น Rack server ต้องคำนึงถึงรายละเอียดดังต่อไปนี้ ความกว้าง (width) ตามมาตรฐานแล้ว ความกว้างของตู้ Rack server 19? นับจากขอบด้านนอกจากซ้ายไปขวามีความกว้างเท่ากับ 60 เซนติเมตร ส่วนเนื้อที่การใช้งานได้จริงนับจากขอบเสาที่สามารถยึดอุปกรณ์ได้ความกว้างเท่ากับ 45.15 เซนติเมตร จากระยะดังกล่าวจึงทำให้ท่านสามารถตรวจสอบอุปกรณ์ของท่านว่าสามารถติดตั้งในตู้ Rack server 19? ได้หรือไม่ ความลึก (Depth) ความลึกของตู้ Rack server 19? มีดังต่อไปนี้ รุ่นติดผนัง Wall Mount Rack มีความลึกที่ 40cm., 50cm. และ 60cm. รุ่นตั้งพื้น Close Rack มีความลึกที่ 60cm.,80cm.,90cm.,100cm. และ 110cm. -ความสูง (Height) หน่วยความสูง ของตู้ Rack server 19? เรียกว่า U 1U = 4.45cm. รุ่นติดผนัง Wall Mount Rack มีความสูงที่ 6U,9U และ 12U รุ่นตั้งพื้น Close Rack มีความสูงที่ 15U,27U,36U,39U,42U และ 45U ซึ่งท่านสามารถคำนวณความลึกของอุปกรณ์ก่อนเลือกความลึกของตู้ Rack server 19? ทั้งนี้ควรเผื่อระยะในการติดตั้งด้านหลังประมาณ 15-20cm. ซึ่งท่านจะได้ระยะความลึกที่สามารถใช้งานได้ Post Views: 0

Read More...

17Nov

ตู้ Rack Server คือ

ตู้ Rack Server เป็นตู้สำหรับใส่อุปกรณ์สื่อสาร หรืออุปกรณ์อเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ครับ โดยมาพอพูดถึง Rack แล้วเราจะนึกถึงตู้ที่ใช้ใส่อุปกรณ์ของคอมพิวเตอร์สำหรับทำหน้าที่เป็น Server ครับ ตู้ Rack Server ออกแบบมาเพื่อใส่อุปกรณ์ดังกล่าวบนพื้นที่ใช้สอยอันมีจำกัด ดูเป็นระเบียบ และง่ายในการจัดการ บริหารอุปกรณ์ต่างที่มีมากมาย อีกทั้งช่วยในการประหยัดทรัพยากรบางตัว ในเมืองไทยก็เริ่มมีการใช้งานเพิ่มมากขึ้นแล้วครับ ส่วนมากจะพบได้ตาม ศูนย์คอมพิวเตอร์ตามหน่วยงานต่าง, ผู้ให้บริการโทรคมนาคม, หรือผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตทั่วไป Rack มีหน่วยความสูงเรียกว่า U เช่น 10U, 20U, 40U เป็นต้น (1U = 44.45 ม.ม.) สูงสุดตอนนี้รู้สึกว่าจะเป็น 42U Rack มีความกว้างหลายขนาด ที่นิยมพูดถึงและใช้คือ Rack 19″ ซึ่งรายละเอียดดังกล่าวถูกกำหนดตามมาตราฐาน (ซึ่งผมก็จำชื่อหน่วยงานนั้นไม่ค่อยจะได้ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็น EIA นะครับ เปรียบได้กับหน่วย IEEE นั่นแหล่ะครับ) HUB คืออุปกรณ์เชื่อมต่อและกระจายข้อมูลในระบบเครือข่ายมีหลายขนาด และหลายความสามารถทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตด้วยนะครับและต้องอ้างอิงกับมาตราฐานการสื่อสารสากลด้วย Hub มีหลายรูปแบบครับ แบบที่ใช้กับ Rack ก็มี แบบที่ใช้ตั้งโต๊ะก็มี ปัจจุบันนี้การทำ hosting ส่วนใหญ่จะใช้งาน rack server เนื่องจากว่า IDC หรือ internet data center ที่เรานำ hosting ไปวางนั้นจะบังคับการวางในลักษณะ rack mount ซึ่งจะเป็นตู้ขนาดใหญ่ ตั้งทางแนวตั้ง ซึ่งจะวัดขนาดเป็น U ซึ่งขนาดตู้ก็มีหลายขนาดเช่น 12U 16U 24U 32U และ 42U จะมีบาง IDC ที่เราสามารถที่จะนำ hosting ที่ทำจาก PC ไปวางได้ครับแต่ก็จะวางได้ปริมาณน้อยมากครับ ส่วนใหญ่ IDC ที่ให้วางในลักษณะ rack server จะจำกัดปริมาณไฟฟ้าที่สามารถใช้ได้ครับ Post Views: 0

Read More...

28Aug

พื้่นที่จัดส่งตู้ RACK ฟรี มีตรงไหนบ้าง

พื้่นที่จัดส่งตู้ RACK ฟรี มีตรงไหนบ้าง เนื่องจาก เรามีบริการจัดส่ง ตู้ RACK ฟรี ในพื้นที่ กทม และ ปริมณทล เงื่อนไขคือ เราจะส่งฟรีในเขตทีมี โทรศัพท์ ขั้นต้นเบอร์ ด้วย 02 เพียงเท่านี้ ก็จะได้รับบริการสั่ง ตู้แร็ค ฟรีค่าส่งแล้วครับ สำหรับลูกค้า ตู้ RACK ต่างจังหวัดก็เพียงจ่ายค่าขนส่งตามจริง เก็บปลายทาง ขนส่งลูกค้าเลือกได้เลยครับ ขอบคุณครับ ตู้RACK คุณภาพ ราคาประหยัด   Post Views: 0

Read More...

26Aug

ชนิดของตู้ rack

การแบ่งชนิดของตู้ rack มีหลายหลายชนิดแต่แยกตามความนิยมทีใช้ในประเทศไทยหลักๆ ได้ดังนี้ 1. Wall Rack เป็นตู้ rack แบบติดถนัง เหมาะกับการใส่อุปกรณ์ต่างๆเช่น swich hub กล้องวงจรปิด หรืออุปกรณ์ทีมีน้ำหนักเบา 2. close Rack เป็นตู้แร็ค แบบปิด ข้อดีคือสามารถป้องกัน เสียง ฝุ่น ความร้อน ความชื้น จะภายนอกได้ดีมาก ข้อเสียคือ การระบายความร้อนภายในจะไม่ค่อยดี แต่สามารถแก้ได้ด้วยการปิด พัดลมระบายอากาศเพิ่ม 3. Server Rack เป็นตู้ rack ที่คล้ายกับ close rack แต่ความแตกต่างคือประตูหน้าจะมีการเจาะรูระบายที่ซ็ายและขวา ส่วนด้านหลังมีการเจาะรูระบายทั้งหน้า ข้อดีคือสามารรถระบายความร้อนได้ดี แต่ข้อเสียคือ เสียงจะดังกว่าตู้ rack แบบ close rack และไม่สามารถป้องกันฝุ่น หรือเสียงจากภายในตู้ได้ 4. open rack เป็นตู้แร็คเฉพาะทาง เหมือนจะเรียกว่าตู้ก็ม่ถูกซะทีเดียว เพราะจะมีเสาแค่สองด้านเท่านั้น สามารถวางได้เฉพาะ อุปกรณ์น้ำหนักเบาทีไม่ต้องการป้องกันใดๆ Post Views: 0

Read More...

01Jul

สั่งซื้อตู้แร็ค ได้อย่างไร

ทางสามารถสั่งซื้อได้หลายช่องทาง 1. ส่งอีเมล์ สอบถามราคา sales@thaidreamrack.com 2. http://www.facebook.com/rackserverthai 3. line id :?@RACKTHAI?หรือ กด http://line.me/ti/p/%40rackthai ขอบคุณค่ะ 4 โทรศัพท์ 02-108-6808 ,?096-269-2999 ตู้แร็คมีหลายขนาดหลายราคา ลองสอบถามดูก่อนได้ค่ะ   Post Views: 0

Read More...